สอบถามสเปกและราคาสายพานลำเลียงบั้ง
หากต้องการเลือก สายพานลำเลียงบั้ง V-Shaped Conveyor Belt สำหรับระบบ Conveyor สามารถแจ้งรายละเอียดวัสดุที่ต้องการลำเลียง ขนาดสายพาน ปริมาณการลำเลียง และองศาความลาดเอียงของระบบ เพื่อประกอบการเลือกชนิดและสเปกสายพานให้เหมาะกับการใช้งาน
โทร: 081-375-7923 | Line: somjit.spt1
สายพานลำเลียงบั้งคืออะไร?
สายพานลำเลียงบั้งเป็นสายพานที่ออกแบบพื้นผิวให้มีลวดลายหรือลักษณะนูนเป็นบั้ง เพื่อช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสายพานกับวัสดุ เหมาะสำหรับ Conveyor ที่มีการลำเลียงจากระดับต่ำขึ้นสู่ระดับสูง ซึ่งการใช้สายพานผิวเรียบอาจทำให้วัสดุเกิดการเลื่อนหรือไหลย้อนกลับได้ง่าย
ลายบั้งและผิวสายพานถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันเป็นส่วนเดียว เพื่อรองรับการเคลื่อนตัวของสายพานและการลำเลียงวัสดุอย่างต่อเนื่อง โดยหน้าเดิมของเว็บไซต์ระบุว่าบั้งและยางผิวหน้าหลอมเป็นเนื้อเดียวกันเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
สายพานลำเลียงบั้งเหมาะกับงานแบบไหน?
สายพานประเภทนี้เหมาะกับระบบลำเลียงที่มีความลาดเอียงและต้องการลดปัญหาวัสดุไหลย้อน โดยตัวอย่างการใช้งาน เช่น
- ลำเลียงทรายและวัสดุที่มีลักษณะเป็นเม็ด
- ลำเลียงถ่านหินและถ่านหินละเอียด
- ลำเลียงแร่หรือวัตถุดิบอุตสาหกรรม
- ลำเลียงเมล็ดพืชและธัญพืช
- ลำเลียงสินค้าและวัสดุที่บรรจุหีบห่อ
- ระบบ Conveyor ที่ต้องยกวัสดุจากระดับต่ำขึ้นไปยังระดับสูง
ตามข้อมูลเดิมของเว็บไซต์ สายพานบั้งสามารถใช้กับวัสดุที่ไม่ได้บรรจุหีบห่อในช่วงมุมเอียงประมาณ 17°–28° และวัสดุที่บรรจุหีบห่อประมาณ 30°–35° ทั้งนี้มุมใช้งานจริงควรพิจารณาร่วมกับชนิดวัสดุ ลักษณะของบั้ง ความเร็ว และการออกแบบระบบด้วย
จุดเด่นของสายพานลำเลียงบั้ง
ลักษณะเด่นของสายพานลำเลียงบั้งคือการเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างวัสดุกับผิวสายพาน ทำให้เหมาะกับงานที่สายพานเรียบทั่วไปอาจไม่สามารถควบคุมวัสดุบนแนวลาดเอียงได้ดีพอ
ช่วยลดการไหลย้อนของวัสดุ
ลายบั้งบนพื้นผิวช่วยกักและยึดวัสดุขณะสายพานเคลื่อนขึ้นทางลาด จึงลดโอกาสที่วัสดุจะไหลกลับลงด้านล่าง
รองรับระบบลำเลียงที่มีความลาดเอียง
สามารถนำมาใช้กับระบบ Conveyor ที่ต้องเชื่อมต่อพื้นที่ต่างระดับ โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบเส้นทางลำเลียงให้เป็นแนวราบทั้งหมด
รองรับวัสดุได้หลายลักษณะ
ใช้งานได้ทั้งวัสดุที่เป็นเม็ด วัสดุเทกอง ตลอดจนสินค้าแบบหีบห่อ โดยควรเลือกรูปแบบสายพานให้สัมพันธ์กับวัสดุที่ต้องการลำเลียง
วิธีเลือกสายพานลำเลียงบั้งให้เหมาะกับงาน
ก่อนเลือกใช้ V-Shaped Conveyor Belt ควรพิจารณาสภาพการทำงานจริงของระบบ ไม่ควรเลือกจากขนาดสายพานหรือลายบั้งเพียงอย่างเดียว
1. พิจารณาชนิดของวัสดุที่ลำเลียง
ควรตรวจสอบขนาด น้ำหนัก รูปร่าง ความคม และลักษณะพื้นผิวของวัสดุ เพราะวัสดุแต่ละชนิดต้องการแรงยึดเกาะและความทนทานของผิวสายพานแตกต่างกัน
2. พิจารณาความลาดเอียงของ Conveyor
ยิ่งระบบมีความลาดเอียงมาก ความสามารถในการยึดวัสดุของพื้นผิวสายพานยิ่งมีความสำคัญ หากเป็นแนวลาดเอียงไม่มาก อาจพิจารณาใช้ สายพานลำเลียงเรียบ แทนได้ตามลักษณะวัสดุและระบบ
3. พิจารณาขนาดและรูปแบบของบั้ง
ความสูง รูปทรง และระยะห่างของบั้งควรเหมาะกับขนาดของวัสดุและปริมาณการลำเลียง เพื่อช่วยให้วัสดุเคลื่อนที่ไปกับสายพานได้อย่างเหมาะสม
4. เลือกชนิดผิวยางให้เหมาะกับสภาพงาน
หากวัสดุมีความคม มีการเสียดสีสูง หรือใช้งานในสภาพแวดล้อมเฉพาะ ควรพิจารณาคุณสมบัติของผิวยางร่วมด้วย เว็บไซต์มีข้อมูลผิวยางสำหรับงานลำเลียงทั้ง Grade M, N และ P ซึ่งเหมาะกับระดับความหนักของงานที่แตกต่างกัน
สายพานลำเลียงบั้งต่างจากสายพานลำเลียงเรียบอย่างไร?
จุดแตกต่างสำคัญอยู่ที่ลักษณะของพื้นผิวและรูปแบบการใช้งาน
สายพานลำเลียงเรียบ เหมาะกับระบบลำเลียงในแนวราบหรือพื้นที่ที่มีความลาดเอียงไม่มาก ส่วน สายพานลำเลียงบั้ง จะเพิ่มลวดลายนูนบนพื้นผิวเพื่อช่วยยึดวัสดุ จึงเหมาะกับระบบที่มีการลำเลียงขึ้นทางลาดและมีความเสี่ยงที่วัสดุจะไหลย้อนกลับ
หากระบบมีความลาดชันสูงมากและต้องการป้องกันวัสดุตกออกด้านข้าง อาจต้องพิจารณาระบบ ยางกั้นขอบและครีบ เพิ่มเติม โดยสินค้าประเภทดังกล่าวของเว็บไซต์ระบุว่าสามารถนำไปประกอบกับสายพานลำเลียงเรียบสำหรับระบบลาดชันสูงได้
